การวิ่งเป็นตัวเลือกต้นๆ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย เข้าถึงได้ทุกเพศ ทุกวัย และไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใดๆ การวิ่งแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ เดิน, วิ่งเหยาะ, วิ่ง และวิ่งเร็ว แล้วรู้หรือไม่ว่าต้องวิ่งแบบไหนถึงจะเบิร์นไขมันได้ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด เรามีคำตอบให้ทุกท่านค่ะ   การเดิน : ไขมัน 70-80% | คาร์โบไฮเดรต 30-15% | เผาผลาญ 5 แคลอรี่/นาที การวิ่งเหยาะ : ไขมัน 70% | คาร์โบไฮเดรต 30% | เผาผลาญ 9 แคลอรี่/นาที การวิ่ง : ไขมัน 50% | คาร์โบไฮเดรต 50% | เผาผลาญ 13 แคลอรี่/นาที การวิ่งเร็ว : ไขมัน 10% | คาร์โบไฮเดรต 90% | เผาผลาญ 20 แคลอรี่/นาที   เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบการวิ่งทั้ง 4 รูปแบบ แสดงให้เห็นได้ชัดว่าการวิ่งเหยาะๆ...

การที่เราปรับเวลาการในใช้ชีวิต และเวลาการรับประทานอาหารเย็นให้เร็วขึ้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรง ทางที่ดีควรทานมื้อเย็นก่อนเวลา 18.00 น. จะดีที่สุด เพราะการทานอาหารในช่วงเวลาดึก จะส่งผลให้ระบบเผาผลาญเปลี่ยนแปลง และยังทำให้เกิดโรคอ้วนอีกด้วย ทั้งนี้มี 4 เหตุผลที่ควรทานมื้อเย็นให้เร็วขึ้น   สุขภาพดีขึ้น คนที่รับประทานอาหารมื้อดึกจะมีโอกาสจะรับประทานอาหารมากขึ้น เมื่อทานจุบจิบช่วงเวลากลางคืน ร่างกายจะเปลี่ยนพลังงานทั้งหมดที่ไม่ได้ใช้งานไปเป็น ไขมัน และไตรกลีเซอรไรด์เมื่อมีระดับสูงจนเกินไป ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหัวใจวายได้   เอวบางลง ผู้ที่ทานอาหารเย็นเร็วขึ้น และห่างกับมื้อต่อไปที่เป็นมื้อเช้า จะมีหุ่นผอมกว่าคนที่ทานแคลอรี่เท่ากันที่ทานในเวลาปกติ (จากการวิจัยพบว่า คนที่เว้นเวลาระหว่างมื้อยาวนั้นจะเป็นการปล่อยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ และระบบทำงานจะดูดซึมดีขึ้น)   นอนหลับสบาย การทานหนักในมื้อเย็นจะทำให้ระบบย่อยอาหารจะรบกวนการนอนหลับ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเสียดท้อง และอาหารไม่ย่อย และทำให้ร่างกานอยู่ในสภาวะตื่นตัวสูง ซึ่งจะรบกวนจังหวะการเต้นของหัวใจ ทำให้หลับยากขึ้น ในทางกลับกันเมื่อทานอาหารเย็นเร็วขึ้น ร่างกายจะย่อยได้ดีขึ้น จึงส่งผลให้นอนหลับสบาย   ช่วยเพิ่มความคล่องตัว การทานอาหารเย็นในปริมาณที่พอดี จะทำให้การย่อยเป็นระบบ ส่งผลให้ร่างกายมีความคล่องตัวในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น มีประสิทธิภาพ และเคลื่อนไหวได้อย่างกระฉับกระเฉง...

แพลงก์ 4 ท่า 6 สเต็ป     เป็นที่รู้กันว่าท่าแพลงก์ เป็นท่าที่ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆกระชับ ทั้งหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขาและสะโพก เรียกได้ว่าใช้ทุกส่วนของร่างกายได้อย่างครบ เพราะเป็นท่าออกกำลังกายที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน หน้าท้อง ก้น ต้นขา รวมถึงหลัง แม้ว่าจะไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ใช้พลังงานเยอะมาก เผาผลาญพลังงานได้ดีที่สุด เพียง 5 นาที ก็สามารถออกกำลังกายท่าแพลงก์ 4 ท่า 6 สเต็ป และมีหุ่นดีได้ง่ายๆ   ท่าที่ 1) Full Plank 1 นาทีแรก เริ่มต้นด้วยการนอนคว่ำ งอแขนวางฝ่ามือไว้กับพื้น แขนเหยียดตรง ยกส่วนตัวขึ้น และปลายเท้าก็ตั้งตรง ช่วงลำตัวต้องตรง หายใจเข้าลึกๆ แล้วเกร็งส่วนของหน้าท้อง สะโพก และบั้นท้ายเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน   ท่าที่ 2) Elbow...

สาเหตุที่ทำให้ระบบเผาผลาญพัง !! ระบบเผาผลาญพัง ปัญหาที่เกิดจากภายในร่างกาย และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอุปสรรคใจการลดน้ำหนักของคุณอยู่หรือไม่ ? มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสาเหตุที่ระบบเผาผลาญพังเกิดจากอะไร 1. ความเครียด ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายโดยตรง ทำให้ร่างกายทำงานหนัก ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ และทำให้ร่างกายเกิดการเสื่อมโทรมอีกด้วย 2. เมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น ระบบต่างๆ ภายในร่างกายก็เริ่มจะเสื่อมลง รวมถึงระบบเผาผลาญก็ทำงานน้อยได้ลงเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ คือ ใส่ใจดูแลตัวเองให้ดี ทั้งการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ครบถ้วนเพื่อซ่อมแซมสิ่งที่เสื่อมไป 3. อดอาหาร ถือเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก และทำให้ระบบเผาผลาญพังเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเราอดอาหาร ร่างกายจะคิดว่าเราอดอาหาร จึงปรับการเผาผลาญให้น้อยลง เพื่อกักเก็บไขมันและพลังงาน ทางที่ดีคือ กินอาหารครบทุกมื้อให้ตรงเวลา ลดของหวาน ของมัน ของทอด และแอลกอฮอล์ 4. สารอาหารไม่ดีที่ตกค้างในร่างกาย จะรบกวนกระบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายพัง จึงควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ผัก ผลไม้ เพื่อซ่อมแซม และขับสิ่งที่ไม่ดีออกจากร่างกาย ซ่อมระบบเผาผลาญให้ดีขึ้น เริ่มต้นที่ตัวคุณเองง่ายๆ คือ ไม่อดอาหาร เลือกทานอาหารปริมาณที่เหมาะสม...

กินให้เป็น อิ่มให้พอดีในแต่ละวัน   การปรับนิสัยการกินของตนเองถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะปัจจุบันผู้คนใส่ใจเรื่องของสุขภาพเป็นอย่างมาก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินง่ายๆ เริ่มต้นจากการไม่กินของหวานจัด มันจัด เค็มจัด เผ็ดจัด และคงรสชาติอาหารที่พอดี เน้นการกินผัก และผลไม้ให้มากขึ้น โดยในแต่ละวันความต้องการกินของแต่ละคนไม่เท่ากัน “ความพอดี” สังเกตได้จากเพศ อายุ กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน เป็นต้น   ระดับพลังงาน แตกต่างกันตามเพศ วัย และกิจกรรม - พลังงาน 1,600 กิโลแคลอรี สำหรับเด็ก หญิงวัยทำงาน และผู้สูงอายุ - พลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี สำหรับวัยรุ่น ชายวัยทำงาน - พลังงาน 2,400 กิโลแคลอรี สำหรับผู้ที่ใช้พลังงานมาก เช่น นักกีฬา เกษตรกร กรรมกร     สารอาหารจากอาหารหลัก 5 หมู่ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยร่างกายต้องการสารอาหารแต่ละกลุ่มในปริมาณที่แตกต่างกัน   โปรตีน ส่วนประกอบที่สำคัญของโครงสร้างร่างกายทุกส่วน ส่วนใหญ่จะพบมากในอาหารประเภท เนื้อสัตว์...

การมีสุขภาพดี เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เมื่อถึงเวลาจะออกกำลังกาย ต้องเตรียมความพร้อมให้ร่างกายด้วย 4 tips ควรรู้ก่อนออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ร่างกายออกกำลังกายได้เต็มที่ และลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้ด้วย เตรียมความพร้อม อุ่นให้ร่างกายให้พร้อม ขั้นตอนนี้สำคัญมาก โดยการวอร์มและคูลดาวน์ทุกครั้ง 3 – 5 นาที อบอุ่นกล้ามเนื้อและการยืดเส้นยืดสาย เพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น เป็นการป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้ดี จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บได้   ไม่ปล่อยให้ท้องว่าง ควรทานอาหารก่อนออกกำลังกายประมาณ 1-2 ชม. โดยทานในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป   เริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป 30 – 60 นาที ขึ้นอยู่กับความพร้อม และไม่ควรหักโหมในช่วงแรกสำหรับมือใหม่ เมื่อร่างกายความเคยชินแล้ว จึงจะค่อยเพิ่มระยะเวลาให้นานมากขึ้น ตามความสามารถของร่างกาย   ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะเมื่อร่างกายต้องใช้แรงออกกำลังกายมากๆ จะส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในร่างกาย และระบบต่างๆ ...

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้วการเลือกรับประทานก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ห่างไกลโรคภัย ซึ่งหลายคนเปลี่ยนมาเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดูอร่อยและไม่อ้วน โดยดูจากฉลาก และคำโฆษณาเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วสรรพคุณอาจตรงกันข้าม บางครั้งสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพนั้น มันไม่ดีต่อสุขภาพอย่างที่คิด ยกตัวอย่างเช่น     ขนมอัดแท่งไฟเบอร์สูง รู้หรือไม่ว่าไฟเบอร์อันน้อยนิดที่ว่านั้น คือน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบหลัก ควรเลือกขนมอัดแท่งที่มีธัญพืช ถั่วหรือผลไม้อบแห้งจะดีกว่าสุขภาพ   โยเกิร์ต สรรพคุณโดดเด่นเรื่องการขับถ่าย และอิ่มง่าย สบายท้อง แต่ยังมีสารอาหารอื่นๆ อีก โดยเฉพาะผลไม้ชิ้นเล็ก แท้จริงแล้ว คือน้ำตาลที่มีปริมาณสูงเทียบเท่ากับน้ำอัดลม 1 กระป๋อง แนะนำให้เลือกโยเกิร์ตสูตรน้ำตาลน้อยจะดีต่อสุขภาพมากกว่า   ซีเรียลรสธรรมชาติ ที่มีน้ำตาลสูงถึง 29.9 กรัม น้อยกว่าช็อกโกแลตชิ้นใหญ่ แค่ 1.1 กรัมเท่านั้น   เครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ชดเชยการเสียเหงื่อหลังออกกำลังกาย ดื่มแล้วจะให้ความสดชื่น แท้จริงแล้วมีทั้งน้ำตาล เกลือ และสารแต่งสีเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ และทำให้ฟันผุได้อีกด้วย   อาหารแปรรูปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแฮม เบคอน...

ยิ่งลดยิ่งอ้วน ลดน้ำหนักผิดแบบไม่รู้ตัว ทำให้ชีวิตแย่ลง นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณและคุณทั้งหลายน้ำหนักไม่ลงสักที   การกินชดเชยหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนักที่เป็นของหวาน ของทอด หรือน้ำหวานสักแก้ว อาจส่งผลให้พลังงานที่กินไปมากกว่าที่เพิ่งใช้ไปด้วยซ้ำ การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากจะไม่ช่วยให้ร่างกายมีเวลาเผาผลาญมากขึ้น แต่กลับทำให้ประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากการออกกำลังกายลดลง และส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเมตาบอลิซึมภายในร่างกายจะทำงานช้าลงตรงข้ามกับความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้น อาการเครียดจะส่งผลต่อน้ำหนัก ยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ น้ำหนักก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นง่าย เนื่องจากเมื่อมีอาการเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาทำให้ความอยากอาหารและการกักเก็บพลังงานในรูปไขมันเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายและควบคุมอาหารไม่ต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน การออกกำลังกายอยู่ท่าเดียวจะทำให้การเบิร์นร่างกายไม่ได้ผลเท่าที่ควร ควรออกกำลังกายให้ได้ทุกส่วน ทั้งแขน ขา หน้าท้อง สะโพก หรือส่วนอื่นๆด้วย เคร่งกับการนับแคลอรี่มากเกินไป ไม่ว่าจะกินอะไรก็จะคิดอย่างละเอียด ถ้ามากเกินไปก็จะไม่กิน หากเป็นแบบนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมา แนะนำให้เลือกประเภทของอาหารที่จะทาน แล้วทานพออิ่ม ออกกำลังกายตามปกติทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดในการนับแคลอรี่มากจนเกินไป ...

หากคุณต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้ร่างกาย การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องต้องทานอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้มีสารอาหารเพียงพอ สำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกายอย่างเต็มประสิทธิภาพ   ไข่ - ไข่มีแคลอรี่ที่ต่ำมาก และมีโปรตีนสูง โดยไข่ไก่ 1 ใบ ให้พลังงาน 80 kcal. ซึ่งไข่จะรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ได้และเป็นอาหารลดน้ำหนักควบคู่ไปด้วย   อัลมอนด์ - อุดมด้วยวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ที่มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ถั่วเปลือกแข็งของอัลมอนด์เป็นแหล่งใหญ่ของโปรตีนและไขมันชั้นดี โดยอัลมอนด์ 12 เม็ด ให้พลังงาน 83 kcal.   ผักโขม - อาหารที่ช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และป้องกันมะเร็ง,โรคหัวใจและโรคเบาหวานอีกด้วย นอกจากนี้ยังรับประทานเพื่อลดความอ้วนได้ดีอีกด้วย โดยผักโขม 28 กรัม ให้พลังงาน 7 kcal.   ปลาแซลมอนธรรมชาติ - อาหารลดน้ำหนักชั้นดี อุดมด้วยโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพและสมอง นอกจากนี้ปลาแซลมอนไม่มีคาร์โบไฮเดรต แต่มีโปรตีนที่อุดมสมบูรณ์มากโดยปลาแซลมอน 85...

ขึ้นชื่อว่า “ผลไม้” ย่อมเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ รู้หรือไม่ว่าผลไม้ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีธาตุ และสารอาหารสำคัญ เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน และกรดอะมิโนต่างๆ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีผลไม้หลากหลายชนิดที่ช่วยในการบำรุงเลือด ซึ่งจะส่งผลดีต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงได้เป็นอย่างดี 1) แตงโม : ส่งผลดีต่อระบบการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย และยังช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว 2) สตรอเบอร์รี่ : ช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยลำเลียงออกซิเจนด้วยการกำจัดของเสีย และช่วยการสูบฉีดเลือดดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นกว่าเดิม   3) ทับทิม : ช่วยกักเก็บเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยลดระดับอินซูลินในกระแสเลือด และสร้างระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกติ อีกทั้งยังทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นกว่าเดิมด้วย 4) แก้วมังกร : ดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเซลล์เม็ดเลือด และทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นกว่าเดิม 5) เชอรี่ : ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ความดันเลือดเป็นปกติ ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น 6) กล้วย : ช่วยกักเก็บเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นกว่าเดิม   ใครอยากมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกต้องทานผลไม้เหล่านี้เป็นประจำ...